วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การบริหารแบบมีส่วนร่วม

การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management)

               การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) หมายถึง การบริหารโดยให้บุคคลในองค์กรหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการบริหารงาน

ความสำคัญของการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม  
                1) ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการปฏิบัติงานที่มุ่งหวัง
                2) กระบวนการตัดสินใจสามารถรองรับพฤติกรรมของบุคคลในองค์กรได้กว้างขวางและเกิดการยอมรับได้  
                3) เป็นหลักการของการบริหารที่เป็นผลต่อการดำเนินการเชิงวิเคราะห์ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจได้
                4) ลดช่องว่างของระบบการสื่อสารในองค์กรและขจัดปัญหาความขัดแย้งได้

หลักการในการบริหารแบบมีส่วนร่วม
                1) มีการจัดสรรหน้าที่และอำนาจ ในการปฏิบัติงานให้กับ ผู้ปฏิบัติงาน คนในองค์กร หรือทีมงาน เพื่อต้องการให้มีทุกคนในองค์กรได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ
                2) การก่อให้เกิดสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างคนและองค์กรได้อย่างแท้จริง และผลักดันให้คนในองค์กรได้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กร
                3) รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นและลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในการทำงาน
                4) ทำให้ทุกคนในองค์กรต้องรวมตัวกันเป็นทีมงาน (Teamwork) เพื่อผนึกกำลังและศักยภาพ ในการแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซึ่งการทำงานลักษณะดังกล่าวนั้นจะเป็นไปตามหลักการขององค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)

ตัวแปรที่ทำให้ต้องบริหารแบบมีส่วนร่วม
1) ระบบสารสนเทศ เป็นตัวแปรที่สำคัญ ทำให้บุคคลและองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงตัวอย่างเช่น องค์กรในปัจจุบันต้องสามารถสนองความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างมีคุณภาพและรวดเร็ว เป็นที่พึงพอใจของผู้รับบริการ
2) กฎหมายรัฐธรรมนูญ พ..2540  ที่มีการบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในมาตรา 76   กำหนดว่า            รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับนอกจากนี้ การมีส่วนร่วมยังเป็นหนึ่งในหลัก 6 ประการ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมือง  และสังคมที่ดี พ.. 2542 (Good Governance)  อีกด้วย
3) การบริหารงานภาครัฐที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน (Result Based Management) คือ การบริหารงานภาครัฐในปัจจุบันจะต้องสามารถวัดและตรวจสอบได้ว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้นสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยการทำงานแบบมีส่วนร่วมเป็นหลัก


ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของบุคคลในองค์กร 
                1) แรงจูงใจ  คือ สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้น  เพื่อก่อให้เกิดการกระทำของพลังในบุคคลส่งผลต่อการแสดงซึ่งพฤติกรรมและวิธีการในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ  แรงจูงใจมีผลต่อกระบวนการทำงานของคนในทิศทางแห่งประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ต้องการ
                2) ภาวะผู้นำ   มีผลต่อการมีส่วนร่วมขององค์กรหรือบุคคลในองค์กร ในการกำหนดทิศทางของกระบวนการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญ การยอมรับ ความร่วมมือ และความดึงดูดใจ คือ เหตุผลทางอารมณ์และอิทธิพลซึ่งเป็นพรสวรรค์เฉพาะตัวของผู้นำด้วย

ข้อเสนอแนะการนำวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ไปใช้ในการปฏิบัติจริง
1)       การประชุมระดมความคิด (Brain Storming) และ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshops)
2)       การใช้กลุ่มงานเฉพาะกิจและคณะกรรมการ (Special Task Forces and Committee)
3)       การสร้างและสานวิสัยทัศน์ (Shared Vision )
4)       การจัดเวทีประชาคมเพื่อแลกเปลี่ยนความเรียนรู้
5)       การใช้ระบบข้อมูลและระบบรวมศูนย์ข้อมูล (Centralize)
6)       การจัดระบบการสื่อสารที่ดีและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล

ที่มา : นันทกิตติ แก้วกล้า  บทความเผยแพร่ การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management)” 
          วันชัย โกลละสุต  การบริหารแบบมีส่วนร่วม  http://opens.dpt.go.th/dpt_kmcenter
www.kriwoot.com/flpha/modules/newlist1/uploadfile/jufe.doc

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น